0

วิธีการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

วิธีการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม


2021-10-08 15:21:19

ในช่วงนี้ (ต.ค. 64) สถานการณ์น้ำท่วมค่อนข้างรุนแรงและท่วมหลายพื้นนี้ของประเทศไทย แอดมินจึงอดไม่ได้ที่จะต้องพูดเรื่องนี้บ้าง แต่ไม่ได้มาพูดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมนะ แต่จะมาพูดถึงสิ่งที่เราจะต้องทำหลังจากนั้น นั่นคือการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมนั่นเอง

 

ก่อนอื่นแอดมินขอแนะนำว่าเราควรเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แว่นตาช่าง หน้ากากกรองฝุ่น ถุงมือยาง รองเท้าบูต ไฟฉาย และหมวกนิรภัย ให้พร้อมก่อนเข้าทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม 

 

เมื่ออุปกรณ์พร้อมเราก็เริ่มทำความสะอาดบ้านได้เลย แต่อย่าเพิ่งรีบเข้าไปในตัวบ้านนะคะ เราต้องสำรวจพื้นที่ก่อนว่าเป็นอย่างไร ปลอดภัยหรือไม่ โดยสิ่งที่เราต้องสำรวจมีดังนี้

1. สำรวจบริเวณรอบบ้านว่ามีโครงสร้างที่อาจจะเสียหายและเป็นอันตรายหรือไม่

2. ใช้ไฟส่องตามซอกต่างๆ เพื่อสำรวจว่ามีสัตว์มีพิษต่างที่อาจหนีน้ำเข้ามาอยู่ในตัวบ้านหรือไม่

3. สังเกตดูรอยร้าว หรือการบิดตัวของโครงสร้าง หากมีแนะนำว่าอย่าเข้าไป

4. ตรวจดูที่จัดเก็บถังแก๊ส มองหาสิ่งผิดปกติที่อาจจะมีการรั่วซึม

5. ตรวจดูคัตเอาต์ว่ายังมีการสับสวิตช์ลงหรือไม่ หากไม่ให้รีบสับลง และห้ามใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเด็ดขาด

6. เปิดประตูให้เกิดการถ่ายเทอากาศ อย่าเหยียบเข้าบ้านทันที ให้สังเกตพื้นบ้าน ลองค่อย ๆ ใช้เท้าทิ้งน้ำหนักเพื่อทดสอบก่อน

7. สังเกตดูเพดานว่ามีการอมน้ำ หรือมีคราบน้ำหรือไม่ เพราะเพดานอาจพังทลายลงมาได้เมื่อมีการเคลื่อนไหวให้ระมัดระวัง


เมื่อเราสำรวจบ้านเรียบร้อยแล้วก็เริ่มทำความสะอาดกันได้เลย โดยเราจะแบ่งการทำความสะอาดเป็นโซน ดังนี้

1. พื้นที่นอกตัวบ้าน ส่วนนี้จะทำความสะอาดง่าย เพียงเราใช้แปรงและน้ำยาฆ่าเชื้อขัดทำความสะอาดก็เพียงพอแล้ว เพราะบริเวณนี้อากาศถ่ายเทได้ดี โดนแสงแดดจึงไม่ค่อยเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและเกิดเชื้อรายาก 

2. พื้นที่ภายในบ้าน การทำความสะอาดส่วนนี้จะยากกว่าด้านนอก เพราะนอกจากจะเอาคราบสกปรกออกแล้ว เรายังต้องกังวลเรื่องความอับชื้นที่จะก่อให้เกิดเชื้อราในภายหลังได้ เพราะฉะนั้น การทำความสะอาดภายในบ้านจำเป็นต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดที่กำจัด หรือป้องกันเชื้อราได้ ส่วนการทาสีใหม่ แนะนำว่าไม่ควรทาสีใหม่ทันทีหลังน้ำลด เพราะจะทำให้สีร่อนออกมา

3. เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเราจะแบ่งหมวดไว้ ดังนี้

วัสดุจากผ้า : หลังน้ำลดให้รีบนำไปซักล้าง และตากแดดให้แห้งสนิท ถ้ายังชื้นอยู่ รับรองได้ว่าจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียได้อย่างดี และจะทำให้ผู้อยู่อาศัยเจ็บป่วยจากโรคผิวหนังและโรคระบบทางเดินหายใจได้

วัสดุจากไม้ : โดยธรรมชาติของไม้จะดูดซึมสะสมความชื้น และสิ่งสกปรกได้ง่าย หากขึ้นรา หรือเสียหายเกินกว่าจะซ่อมได้ เราก็ควรตัดใจทิ้งไป

เครื่องใช้ไฟฟ้า: อย่าเพิ่งรีบทดลองใช้ ควรรอจนกว่าจะแห้งและดูสภาพภายนอกก่อน หากคิดว่าพอใช้ได้ ควรให้ช่างดูให้ แต่ถ้าคิดว่าไม่ไหวก็ตัดใจทิ้งไปดีกว่า


เมื่อเราทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบสภาพบ้านว่าพร้อมกลับเข้าไปอยู่ได้แล้ว เรายังมีปัญหาที่เราต้องกำจัดให้เรียบร้อย คือ

1. ความชื้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค สาเหตุการเกิดเป็นเชื้อรา และกลิ่นเหม็น วิธีที่ช่วยกำจัดความชื้นได้ง่ายที่สุด คือ เปิดหน้าต่าง เปิดพัดลม เปิดประตู เปิดทุกอย่างที่เป็นไปได้ ให้อากาศและลมถ่ายเทพัดพาเอาความชื้นออกไป แต่ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องปรับอากาศจะดูดเอาความชื้นและเชื้อโรคเข้าไปติดในตัวเครื่อง

โดยเราสามารถใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างอื่นได้ เช่น เครื่องเป่าลมหอยโข่ง ถ้ามีลมร้อนด้วยจะดีมาก และสามารถใช้กากใบชาแห้ง กากกาแฟแห้ง หรือถ่าน ดูดความชื้นได้


2. เชื้อโรค เชื้อรา ต่างๆ ที่เกิดจากความชื้นและสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ ซึ่งเมื่อเกิดการสะสมจะรวมตัวเป็นเชื้อโรค เชื้อราต่างๆ มีผลร้ายต่อร่างกายหากสูดดม หรือสัมผัสเป็นเวลานานๆ การกำจัดก็ไม่ยาก สามารถใช้น้ำยาดังนี้

2.1. ใช้คลอรีน ผสม 1 ต่อ 500 หรือ 1000 ส่วน เช็ดถู ฉีดพ่น หรือ

2.2. ใช้น้ำส้มสายชู เช็ดถู ฉีดพ่น หรือ

2.3. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราต่างๆ

2.4. หลังจากนั้นประมาณ 10-20 นาที เช็ดถูทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป


3. กลิ่นเหม็น หากเรากำจัดความชื้นและเชื้อราต่างๆ ไปแล้ว กลิ่นเหม็นจะลดลง แต่ก็ยังมีกลิ่นที่สะสมอยู่ในท่อน้ำ หรือพื้นที่อับชื้น เช่น ห้องน้ำ เราควรใช้น้ำหมักชีวภาพ EM แล้วราดลงพื้น หรือฉีดพ่น เพื่อช่วยกำจัดกลิ่นได้ การออกฤทธิ์จะช้าแต่ได้ผลดี ไม่ควรใช้น้ำยาที่ผสมน้ำหอมราดเพราะจะทำให้กลิ่นเหม็นยังคงอยู่และอาจรุนแรงขึ้นได้

 

นอกจากวิธีทำความสะอาดบ้านแล้ว เราก็ควรทำประกันบ้านไว้ซักหน่อย เพราะเมื่อน้ำท่วมหรือเกิดความเสียหายอื่นๆ เราก็ยังมีประกันที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นได้ 


แอดมินจะขอแนะนำไอเดียการเลือกประกันภัยบ้านน้ำท่วมให้ท่านผู้อ่านสักเล็กน้อย

1. ควรเลือกที่เพิ่มเติมการประกันภัยน้ำท่วม และครอบคลุมทรัพย์สินทั้งภายนอกและภายในบ้าน

2. ควรเลือกประกันที่มีเงินชดเชยอย่างต่ำ 70% ของมูลค่าสินทรัพย์

3. หากมีประกันบ้านเดิมอยู่แล้ว ควรซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม

 


ข้อมูลจาก: 108clean